สมาชิกเข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิกใหม่ | ลืมรหัสผ่าน
    รับสมัครเจ้าหน้าที่อาร์ตเวิร์ค
    รับสมัครผู้ช่วยบรรณาธิการ/พิสูจน์อักษร/พนักงานคุมสต๊อก
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
 Webboard
www.greenmindbook.com > คุยได้ทุกเรื่อง > First Love 6
  ผู้เขียน
 หัวข้อ : First Love 6 (อ่าน 37675)   
แพรวา
Guest
peacepair@hotmail.com
เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2551 12:41 น.

 


               กลางดึกสงัด ณ คฤหาสน์ธนานุกูล ภายในห้องนอนกว้างและมืดมิด


               ไม่!”


                    ร่างสูงผวาลุกขึ้น  ยกมือทั้งสองขึ้นกุมขมับ เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ไหลซึมตามไรผม ดวงตาสีน้ำตาลเหลียวมองความมืดรอบ ๆ กาย  


                    นึกถึงภาพเมื่อครู่


                    ในความฝัน พิมพ์มาดา ผู้หญิงที่เขาไม่เคยลืม ปรากฏกายในความมืด ใบหน้าและร่างกายเต็มไปด้วยเลือด ผิวกายเป็นสีคล้ำ น่ากลัว เปล่งเสียงเย็นยะเยือก พร้อมกวักมือเรียก


                    พี่ภู...


                    ชายหนุ่มยกมือหนาขึ้นปิดหน้าตัวเอง ท่าทางเย็นชาเหมือนปกติดูไม่มีอีก สองมือกุมศรีษะ ดวงตาสีน้ำตาลแสนรวดร้าว พึมพำ เสียงแผ่ว


                    เมื่อไหร่พี่ถึงจะลืม! ลืมฝันร้ายพวกนี้ได้!”


 


               แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้า ทาบทาท้องฟ้า ภูริพัฒน์ในชุดทำงานเดินลงจากบันไดกว้างสีขาว ชายหนุ่มสะบัดศรีษะด้วยความง่วงงุน เมื่อคืนหลังจากผวาลุกขึ้นตอนกลางดึก เขาก็หลับ ๆ ตื่น ๆ มาตลอดจนรุ่งเช้า


                    คุณราตรีโผล่ออกมาจากห้องรับประทานอาหาร เหมือนรู้ว่าลูกชายกำลังเดินลงมา


                    ตาภู ไม่ทานอะไรก่อนหรือจ๊ะ


                    ชายหนุ่มหันมองมารดาก่อนส่ายศรีษะน้อย ๆ ไม่ครับ มองไปทางห้องด้านหลังมารดา พราวกับคุณพ่อไปหรือยังครับ?”


                    ทานโจ๊กอยู่จ๊ะ


                    ภูริพัฒน์พยักหน้ารับรู้ ก่อนหันหลังเดินจากไป


               คุณราตรีมีสีหน้ากังวลใจ มองตามร่างสูงที่เดินออกไปทางห้องโถงหน้าประตู หล่อนหันกลับเข้าห้องอาหารอีกครั้ง


                    คุณภมรและภาวินีกำลังนั่งอยู่รับประทานอาหารเช้าอยู่ พอประมุขของบ้านเห็นหน้าภรรยาจึงถามขึ้น


                    ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะคุณราตรี


                    ฉันกลุ้มใจน่ะค่ะ สีหน้าคุณราตรียังไม่ดีขึ้น ตาภูทำตัวเหมือนคนไม่มีชีวิตจิตใจ


                    แต่คุณภมรกลับไม่เห็นเป็นเรื่องร้ายแรง ยิ้มก่อนสัพยอกภรรยา


                    ลูกทำงานก็ดีแล้ว เดี๋ยวถ้าไปทำอย่างอื่น น่ากลุ้มใจกว่าอีกนะ


                    คุณก็พูดไป คุณราตรีค้อนขวับ ฉันเพียงอยากเห็นลูกมีความสุข หรือมีชีวิตชีวากว่านี้นี่คะ


                    คุณรู้ได้ยังไงว่าลูกไม่มีความสุข


               โอ๊ย! ถ้าตาภูมีความสุข มีรึจะทำหน้าซังกะตายแบบนั้น ค้อนสามีอีกที ไม่เห็นจะดูยากตรงไหน


                    คุณภมรหันไปสบตาลูกสาวที่นั่งเงียบฟัง ภาวินีพยักหน้าน้อย ๆ เห็นด้วยกับมารดา


                    ชายมีอายุนั่งนิ่งครุ่นคิด ก็จริงที่ภูริพัฒนดูไม่มีความสุข ไม่มีชีวิตชีวา นับตั้งแต่วันที่พิมพ์มาดาเสียชีวิต ทั้งที่เรื่องนั้นผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้ว


                    เสียงคุณราตรียังปรับทุกข์ต่อ


                    ฉันกลัวลูกจะเหมือนคุณหญิงพวงผกา


               คุณภมรถอนหายใจ ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย


                    คุณก็พูดเกินไป ตาภูยังหนุ่มยังแน่น แล้วก็ไม่ได้ขังตัวเองไว้แบบคุณหญิงซักหน่อย


                    ภาวินีวางช้อนลง ลำคอตีบตัน จนทานอะไรไม่ลงกะทันหัน


                    เธอคิดถึงคุณหญิงพวงผกา คุณหญิงย่าของพิมพ์มาดา และวิลาวัน


                    หญิงแก่อายุเกือบ 70 ร่างผอมซูบซีดแทบไม่มีแรงเคลื่อนไหว นอกจากนอนหายใจแผ่วอยู่บนเตียงที่บ้านรัตนโยธิน ร่างกายเหี่ยวแห้งเหมือนซากศพที่ยังมีลมหายใจ


                    นึกถึงเสียงครางฮือ ๆ ทุกครั้งเมื่อขยับปาก ทำให้หญิงสาวขนลุกเกรียวขึ้นมาทันที


                    คุณพ่อคะ พราวว่า เราไปกันเถอะค่ะ อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย


                    อืม ดีเหมือนกันเดี๋ยวจะสาย พราวไปกับพ่อใช่ไหมลูก


               ค่ะ


                    พอสองพ่อลูกทำท่าชวนกันลุกไป คุณราตรีก็รีบร้องขัด


                    เดี๋ยวค่ะ ฉันกำลังจะพูดเรื่องตาภู กับวินนี่


               คำพูดของมารดาทำให้ภาวินีหยุดชะงัก


                    ในขณะที่คุณภมรยกมือขึ้นร้องปราม


               ไว้คุยตอนเจ้าภูอยู่ด้วยดีกว่า เขามองหน้าภรรยา ลูกโตแล้วนะคุณ ความหมายคือ อยากให้ภูริพัฒน์เป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้เอง


               พร้อมตัดบทชวนลูกสาวเดินจากไปทันที


               ตอนนี้ผมจะไปทำงาน


                    แต่คุณราตรีดูยังไม่ยอมแพ้


               รอตาภูจะได้เรื่องอะไร เสียงพึมพำกับตัวเอง ถ้าได้แต่งงานกับวินนี่ ตาภูก็จะลืมหนูพิมได้ซะที


 


………………………………..


              


                    การทำงานวันที่สองเริ่มขึ้น


                    ด้วยท่าทีมุ่งมั่นของแววดาว หล่อนตั้งใจว่า จะทำตัวให้เรียบร้อยที่สุด ไม่พูดมาก ไม่เถียง อดทน อดทน ท่องจำให้แม่นยำนะแววดาว


               วันนี้เธอใส่เสื้อเป็นผ้าเบา ๆ สีขาวแขนยาว มีโบใหญ่ ๆ ติดที่คอ กระโปรงสีดำทรงเอ


                    ใบหน้าก็มีเพียงแป้งเป็นเครื่องสำอาง และผมยาวหยักก็รวบตึงเช่นเดิม


                    หล่อนนั่งทำงานอยู่ ตอนที่เจ้านายหนุ่มเดินตัวตรง ๆ เข้าห้อง


                    ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบมอง และยังเต็มไปด้วย ความเย็นชาเหมือนเดิม


                    แววดาวแก้ตัวที่เมื่อวานทุ่มเถียงเจ้านาย โดยการทำตัวเป็นเลขาที่ดี รับอาสาคุณป้าแม่บ้าน เอากาแฟแก้วแรกไปเสริฟเขา


                    เคาะประตูก่อนค่อย ๆ เปิดเบา ๆ


                    กาแฟค่ะ


                    วางแก้วเคลือบสีดำลงเบื้องหน้าเจ้านายหนุ่ม พร้อมคิดอย่างสงสัย ทำไมเขาถึงชอบสีดำนักนะ อะไร ๆ ก็ต้องสีดำ ตัดกับสีผิวตัวเองดีแท้


                    แต่เข้ากับหน้าตาเหมือนไม่มีชิวิตจิตใจของเขาไม่หยอก


                    อดไม่ได้ที่จะคาดหวังให้เขาเงยหน้ามามอง พร้อมพูดคำว่า ขอบคุณ หรืออะไรก็ได้ซักคำ


                    แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง


                    ท่าทางนิ่งเงียบ สนใจกับเอกสารเบื้องหน้า ทำเหมือนกับว่า แก้วกาแฟมันลอยเข้ามาใจห้อง ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใด นอกจากตัวเขาเอง


                    ทำให้หล่อนจ้องมองคนตรงหน้า


                    วันนี้ไม่รวบผม เส้นสีน้ำตาลที่ปล่อยยาวเคลียร์บ่า ดูช่างอ่อนนุ่ม น่าสัมผัส ถ้าให้จัดอันดับ เขาคงเป็นนักธุรกิจหนุ่ม ที่ผมยาวที่สุดในประเทศไทยกระมัง


                    ในขณะที่คิดเพลิน ๆ ภูริพัฒน์ก็เงยหน้าขึ้นมา


                    สายตาสบกันอย่างช่วยไม่ได้


                    แววดาวชะงัก ดวงตาสีดำทั้งตกใจทั้งประหม่า หัวใจเต้นแรง จนต้องดุตัวเอง ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนี้ด้วยล่ะร่างบางรีบหันหลังกลับ ออกจากห้องนั้นทันที            


                    ชายหนุ่มมองตามร่างบางในชุดเรียบ ๆ เหยียดริมฝีปาก ก่อนก้มลงทำงานต่อไป


                    เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง


                    จนใกล้เที่ยงแล้ว ประตูห้องลายไม้สีน้ำตาล จึงเปิดออก


                    ร่างสูงผมยาว ในชุดสีดำเดินออกมา หยุดอยู่หน้าโต๊ะเลขา เสียงทุ้ม ๆ ดังขึ้นสั่ง


                    บอกคุณปูว่า ผมจะไปข้างนอก อาจไม่กลับ


                    ค่ะ เลขารับคำ แต่มือยังวุ่นวายกับการพิมพ์จดหมาย ลงในคอมพิวเตอร์ ดวงตาดำขลับยังมองเอกสารข้าง ๆ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด


                    ภูริพัฒน์ขมวดคิ้ว


                    หูหนวกรึไง!”


                    แววดาวชะงักกึก! ท่องในใจ อดทน อดทน ก่อนหันไปคว้าโทรศัพท์กดหมายเลขเลขารุ่นพี่ พอปลายสายรับก็กรอกเสียงลงไป


                    พี่ปูหรือคะ วันนี้คุณภูริพัฒน์จะออกไปข้างนอก อาจะไม่กลับเข้ามานะคะ


                    หล่อนพูดตามคำสั่งของเขาไม่บิดพลิ้ว คนรับสายไม่ถามมากความ เพียงแต่รับคำสั้น ๆ เป็นเลขาที่รับคำสั่งดีจริง ๆ แววดาวนึกในใจ ก่อนหันกลับมา เพื่อก้มหน้าก้มตาพิมพ์งานของตัวเองต่อ


                    แต่คนตรงหน้ายังไม่ขยับไปไหน เสียงเข้มสั่ง


                    เก็บของ! แล้วตามมา


                    ร่างสูงก้าวไปด้านหน้า โดยไม่อธิบายใด ๆ


                    เลขาเลิกคิ้วขึ้น แม้จะงง ๆ แต่ไม่ถามดีกว่า ที่เขาสั่ง ก็ออกจะชัดเจน ตามมาเดี๋ยวจะมาหาว่าหูหนวกอีก หล่อนปิดคอมพิวเตอร์ แล้วรีบคว้ากระเป๋าตามไปทันที


                    ภูริพัฒน์ยืนคอยอยู่หน้าลิฟต์


                    หญิงสาวหยุดยืน ห่างจากเขาค่อนข้างมาก เป็นความจงใจของหล่อนเอง


                    เสียงสัญญาณสั้น ๆ ดังขึ้น พร้อมประตูลิฟท์เปิดออกช้า ๆ


                    ชายหนุ่มก้าวเข้าไป


                    ลิฟท์มีขนาดไม่กว้างนัก ลักษณะที่เขาหยุดยืนในพื้นที่ตรงกลาง ทำให้ไม่ว่าหญิงสาวตัดสินใจจะยืนมุมไหนในนั้น หล่อนก็ต้องใกล้จนแทบสัมผัสเขาอยู่ดี


                    แววดาวกัดริมฝีปาก ชำเลืองมองเจ้านายหนุ่ม ซึ่งทำหน้าเฉยเมย ก่อนจะก้าวไปยืนข้าง ๆ


 


                    ด้านหน้าตึกธนานุกูล รถสปอร์ตสีดำคันหรูจอดรออยู่ พอภูริพัฒน์ก้าวพ้นประตูกระจก ยามรักษาการณ์ก็รีบกุลีกุจอนำกุญแจมาส่งให้


                    ชายหนุ่มก้าวขึ้นด้านคนขับ


                    ยามรักษาการณ์คนเดิม เปิดประตูด้านข้างให้แววดาว หญิงสาวก้าวเข้าไปนั่งแบบไม่แน่ใจนัก  และตัดสินใจถามเบา ๆ เมื่อประตูรถปิดลง


                   

แพรวา
Guest
peacepair@hotmail.com
ตอบ # 1 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2551 12:54 น. [แจ้งลบ]
ขอบคุณค่ะ คุณ maewmaew_08 น้อมรับคำชมด้วยอาการยิ้มหน้าบนอะละจร้า

(ว่าแต่ท่าจะชอบคำสาบฟาโรห์แน่เลย จำได้ว่าเป็นรูปของนางเอก ใช่ปะจ๊ะ หุๆๆ เนื่องว่าข้าพเจ้าเป็นคนเก่าแก่สมัยเรื่องนี้กำลังดังอะนะ 555+)



คุณภาติกะ เล่นมาทวงบ่อย ๆ งี้ คนเขียนก้อร้อน อะซิคะ เลยต้องรีบม๊า รีบมาจร้า 

(ไม่รำคาญหรอก ตอนที่ 6 มาซํก 6 รอบก็ได้ค่ะ 555+)

ว่าแต่ไม่ได้จบแบบกระชากศรีษะใครเลยนะ เหตุเพราะโพสแล้วช่วงท้าย ๆ มันหายไปอะจ๊ะ 

ไว้อ่านเต็ม ๆ ตอนรวมเล่มนะ (อ้าว! เค้ายังไม่ได้บอกจะรวมให้เลย 555+ โมเม ค่ะโมเม)



คุณ Banana รุ่นนี้เบรคแตกคร้า 555+ ขอให้สมพรปากเรื่องจะได้รวมเล่มนะคะ แหะๆๆ



เอ ว่าแต่ใครล่ะน้า อยากดูรูปหนุ่ม ๆ อะ เอามาให้ดูแล้วนะจ๊ะ (คนเขียนชอบหนุ่มผมยาวอะนะ) (คนข้าง ๆ บอกว่า เค้าไม่ได้ถามเลยนะพี่ 555 อยากบอก)
ภาติกะ
Guest
patika1617@hotmail.com
ตอบ # 2 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2551 13:21 น. [แจ้งลบ]
มาสักที เล่นเหงื่อตก ลุ้นว่าจะมาไหมหนอ ส่วนเรื่องที่ว่าร้อนนะ ดีเลยเพราะเข้าหน้าหนาวแล้ว สรุปอบอุ่นอะนะ แล้วรวมเล่มเมื่อไรจะรีบจรลีหามาเป็นเจ้าของเลย

 หนุ่มหล่อ แต่หน้าสวยไปนิดนะ เอาแบบหล่อเข้มๆ ดุๆ ไม่ได้หรือจ๊ะ
ภาติกะ
Guest
patika1617@hotmail.com
ตอบ # 3 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2551 13:24 น. [แจ้งลบ]
มาสักที เล่นเหงื่อตก ลุ้นว่าจะมาไหมหนอ ส่วนเรื่องที่ว่าร้อนนะ ดีเลยเพราะเข้าหน้าหนาวแล้ว สรุปอบอุ่นอะนะ แล้วรวมเล่มเมื่อไรจะรีบจรลีหามาเป็นเจ้าของเลย

 หนุ่มหล่อ แต่หน้าสวยไปนิดนะ เอาแบบหล่อเข้มๆ ดุๆ ไม่ได้หรือจ๊ะ
ภาติกะ
Guest
patika1617@hotmail.com
ตอบ # 4 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2551 13:26 น. [แจ้งลบ]

ขึ้นตั้งสองถือว่าอ่านสองรอบแล้วกัน พอดีมีปัญหานิดหน่อย แล้วจะตามติดเฝ้าวนเวียนอยู่ในฝัน "มาลงตอนใหม่ได้แล้ว..." 

ภาติกะ
Guest
patika1617@hotmail.com
ตอบ # 5 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2551 20:22 น. [แจ้งลบ]
เห็นว่าชอบหนุ่มผมยาวเลยเอามาฝากไว้ฝันตอนค่ำคืน (ยาวพอไหม ผมนะ)
กุ๊ก
Guest
kookant@hotmail.com
ตอบ # 6 เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2551 10:58 น. [แจ้งลบ]

ภูริพัฒน์กับแววดาวเนี่ย พิมพ์กับที่นี่หรือเปล่าล่ะ (หรือที่ไหน บอกด้วย)

รอซื้ออยู่นะ

maewmaew
Guest
maewmaew_08@yahoo.com
ตอบ # 7 เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2551 16:55 น. [แจ้งลบ]
ตามมาอ่านอีกตามเคย กำลังสนุก เมื่อไหร่ พระเอกจะรู้ว่านางเอกเป็นน้องพิมด์มาดาน้า ลุ้นลุ้น
maewmaew
Guest
maewmaew_08@yahoo.com
ตอบ # 8 เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2551 16:56 น. [แจ้งลบ]
.ใช่ค่ะ แครแลจากคำสาปฟาโรห์ค่ะ นิยายที่ไม่รู้ว่าคนอ่านหรือคนเขียนจะตายก่อนอ่านหรือแต่งจบ
maewmaew
Guest
maewmaew_08@yahoo.com
ตอบ # 9 เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2551 16:57 น. [แจ้งลบ]

พิมพ์ชื่อผิด แครอล เมมฟิสค่ะ

baoji034
สมาชิก
baoji034@gmail.com
ตอบ # 10 เมื่อ 14 พฤษภาคม 2560 00:07 น. [แจ้งลบ]
สภาวะความไม่เท่าเทียมกันในสังคมจึงทำให้คนบางกลุ่มที่มีความคับข้องใจสืบเนื่องมาจากความรู้สึกว่าตนเองไร้อำนาจ และไม่มีความเป็นอิสระในการกระทำหน้าที่การงานที่ตนรับผิดชอบอยู่ ได้มีโอกาสหันไปเล่นพนันจากคาสิโน เพราะคนในกลุ่มดังกล่าวอาจจะคิดว่า การเล่นเดิมพันจากบ่อนคาสิโนหรือคาสิโนออนไลน์นั้นมีโอกาสที่จะทำให้พวกเขาสามารถรวยได้ และความรู้สึกของพวกเขาที่คิดว่าการมีเงินนั้น อาจจะทำให้พวกเขารู้สึกดี หรือรู้สึกว่าพวกเขาได้มีควาเท่าเทียมหรือเสมอภาคกับคนอื่นๆที่อยู่ในสังคมชั้นสูง หรืออาจจะคิดว่าการที่พวกเขามีความไม่เท่าเทียมหรือมีสิ่งที่ขาดไปหรือหาไม่ได้ในงานที่ทำอยู่นั่นก็คือทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าตนสามารถที่จะพึ่งตนเองได้และยังสามารถตัดสินใจและควบคุมการกระทำของตนเองได้อีกด้วยจากการที่พวกเขาตัดสินใจเลือกเล่นเดิมพันทาง คาสิโนออนไลน์ sbobet https://www.sbobet999.com/
แก้ไขเมื่อ 14 พฤษภาคม 2560 00:08 น.



COPYRIGHT © 2008 , WWW.GREENMINDBOOK.COM , ALL RIGHT RESERVED.
Engine by MAKEWEBEASY